ดูบทความMallorca ดินแดนแห่งการพักร้อน

Mallorca ดินแดนแห่งการพักร้อน

หมวดหมู่: AMAZING Destinations

มายอร์ก้า (Mallorca)

คือชื่อของเกาะแห่งหนึ่งในสเปนซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดเมื่อเทียบกันในหมู่เกาะแบลีแอริก (Balearic) ทั้ง 4 ประกอบด้วย Menorca, Ibiza, Formentera และ Mallorca ซึ่งเป็นกลุ่มเกาะในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนตะวันตกใกล้ชายฝั่งสเปนและยังเป็นหนึ่งในแคว้นปกครองตนเองของสเปน (Catalan)

มายอร์ก้าเป็นที่โด่งดังในเรื่องของการพักร้อนของชาวยุโรปเหตุเพราะธรรมชาติที่สวยงามไม่ว่าจะเป็นหาดทราย ทะเลสีฟ้า ภูเขา ถ้ำ รวมไปถึงสภาพอากาศอบอุ่นแบบเมดิเตอร์เรเนียนที่เอื้อแก่การพักร้อนเป็นอย่างยิ่ง และยังเป็นเกาะที่มีอารยธรรมและสถาปัตยกรรมเก่าแก่ให้เห็นมากมายเพราะชาวมุสลิมและชาวคริสเตียนเคยผลัดกันเข้ามาบริหารบ้านเมืองในอดีต

ไม่เพียงแค่ความสวยงามทางธรรมชาติที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก แต่บนเกาะมายอร์ก้ายังมีสถานที่มากมายให้เราได้ไปสำรวจเช่นกัน

ปาลม่า (Palma)

เมืองหลวงของเกาะแห่งนี้ ที่ซึ่งเต็มไปด้วยสิ่งก่อสร้างสีสันสวยงาม ไม่ฉูดฉาดจนเกินไปและในช่วงต้นปีนั้นเราจะสังเกตุได้ว่ามีต้นส้มและมะนาวกระจายกันอยู่ตลอดทั้งเมืองเพราะในอดีตกาล เกาะมายอร์ก้านั้นเป็นสถานที่หลักในการส่งออกส้มและมะนาว โดยมีความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ที่ซึ่งต้นไม้จะได้รับแร่ธาตุจากน้ำทะเลและแสงแดดตลอดเวลาจนกลายเป็นเอกลักษณ์ของเมืองไปในที่สุด

โดยสเน่ห์อีกอย่างของเมืองนี้ก็คือตลาดยามเช้า ที่ซึ่งบรรดาพ่อค้าแม่ค้าจะนำผักผลไม้สดออกมาขายโดยอาหารขึ้นชื่อของเมืองคือ ฟริโต้ มายอร์ฮวิน (Frito Mallorquin) เป็นอาหารที่ได้รับความนิยมในหมู่ชาวยิวมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 14 โดยมีส่วนประกอบหลักคือเนื้อหมูหรือเนื้อแกะ เครื่องใน ตับ มันฝรั่ง มะเขือเทศ และพริกที่นำไปผัดกับหัวหอมด้วยน้ำมันมะกอก และอีกอย่างที่ไม่ควรพลาดนั่นก็คือผลิตภัณฑ์ที่ใช้อัลมอนด์ (Almond) เป็นส่วนประกอบหลักในการทำไม่ว่าจะเป็น ไอศครีมอัลมอนด์ นมอัลมอนด์ หรือแม้แต่เค้กอัลมอนด์ก็ยังมีให้เราได้ลิ้มลองกัน และอาหารพื้นเมืองอื่นๆที่แนะนำเช่น ทัมเบ็ท (Tumbet), พอร์เซญ่า (Porcella) และ อารอบูร (Arros Brut)

ปราสาทเบลแวร์ (Castell de Bellver)

ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 14 โดยพระราชาเจมส์ที่ 2แห่งมายอร์ก้า โดยใช้ศิลปะแบบโกธิคในการสร้างเป็นหลักโดยมีจุดประสงค์หลังเพื่อเป็นที่พำนักระหว่างฤดูร้อนของราชา แต่ทว่าภายหลังได้เปลี่ยนเป็นเรือนจำ ในช่วงต้นศตวรรษที่ 19

หมู่บ้านแห่งอารยธรรมสเปน (Pueblo Espanol)

สถานที่ซึ่งรวบรวมสิ่งก่อสร้างสำคัญต่างๆทั่วประเทศสเปนซึ่งสถาปัตยกรรมส่วนใหญ่จะถูกออกแบบมาในแนวสเปนเพื่อที่จะแสดงให้เห็นถึงการเข้ามาปกครองโดยชาวมุสลิมและชาวคริสเตียนเมื่อครั้งอดีตกาล

โบสถ์ปาลม่า (Palma Cathedral)

ถูกสร้างเสร็จในช่วงปลายศตวรรษที่ 15 โดยกษัตริย์เจมส์ที่ 1 แห่งอารากอน ที่ซึ่งถูกขนานนามว่าเป็นหนึ่งในโบสถ์ที่มีความสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในสเปนโดยเป็นสถาปัตยกรรมแบบโกธิคเป็นหลัก โดยภายในก็มีสิ่งสวยงามมากมายให้ดูเช่น กระจกสีสันทรงกลมขนาดใหญ่ (Great Rose Window) เปรียบเสมือนดวงตาขนาดมหึมาที่ติดตั้งอยู่บริเวณด้านท้ายของโบสถ์

เมืองซอลเยอร์ (Soller)

ที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือจากปาลม่า ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นแหล่งส่งออกมะกอกและส้มให้ฝรั่งเศสได้มากที่สุด ภายหลังจึงได้สร้างรถไฟขึ้นมาเพื่อขนส่งสินค้าให้ได้ทั่วเกาะ ปัจจุบัน รถไฟดังกล่าวยังคงใช้เพื่อการคมนาคมสำหรับชาวพื้นเมืองและนักท่องเที่ยว

เมืองวาลเดมอสซ่า (Valldemossa)

เมืองที่ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขา รายล้อมไปด้วยธรรมชาติ มีประชากรอาศัยอยู่ราว 2,000 คน จึงทำให้เป็นเมืองที่เงียบสงบปราศจากความวุ่นวาย โดยเราจะสังเกตุเห็นรอบๆเมืองได้ว่าอาคารบ้านเรือนหลายหลังจะตกแต่งด้วยภาพและรูปปั้นของ Saint Catalina Thomas ซึ่งเป็นนักบุญคนแรกที่ถือกำเนิดขึ้นบนเกาะแห่งนี้

และภายในเมืองยังมีพระราชวังฤดูร้อนที่สร้างขึ้นโดย James II of Marjorca เพื่อเป็นที่พักของพระโอรสนามว่า Sancho of Marjorca และจึงตั้งชื่อราชวังแห่งนี้ว่า Palace of the King Sancho ซึ่งบริเวณที่จะได้เข้าไปชมจะถือว่าเป็นส่วนที่มีความเก่าแก่ที่สุดของพระราชวังเช่น ห้องเก็บยาของคณะนักบุญคาร์ทูเซียน ห้องสมุด รวมไปถึงห้องสวดมนต์ส่วนตัว

12 พฤศจิกายน 2562

ผู้ชม 84 ครั้ง