ดูบทความThe Aurora 5 สถานที่ ตามล่า หาแสงเหนือ

The Aurora 5 สถานที่ ตามล่า หาแสงเหนือ

หมวดหมู่: AMAZING Destinations

 

ขึ้นชื่อว่าปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่มีปัจจัยหลายอย่างที่เราไม่สามารถควบคุมได้

แต่!!! เราสามารถเลือกช่วงเวลาที่ดีที่สุด สถานที่ที่เหมาะสมที่สุดในการดูแสงเหนือได้
โดยปัจจัยหลักๆที่จะทำให้เราได้เห็นแสงเหนือกันแบบชัดๆก็จะมี

สถานที่: ท้องฟ้าปลอดโปร่ง ยิ่งมืดยิ่งดี
ระยะเวลา: กันยายน - เมษายน
ค่า KP: มีตั้งแต่ 0-9 โดยค่า KP ยิ่งมากโอกาสเห็นก็จะยิ่งเยอะ
***ค่า KP ต้องสอดคล้องกับสภาพอากาศด้วยนะยกตัวอย่าง ค่า KP สูงแต่เมฆเต็มท้องฟ้าก็ไม่เห็น แต่ถ้าหากท้องฟ้าโปร่งไร้เมฆ KP 2-3 ก็สามารถเห็นได้แล้ว

โดยวันนี้เราจะมาแนะนำกันว่า 5 อันดับสถานที่ดูแสงเหนือที่ดีที่สุดว่าจะมีที่ไหนกันบ้าง

Tromso, Norway 

เริ่มกันที่หนึ่งในเมืองที่เรามีโอกาสพบแสงเหนือได้มากที่สุดเพราะเมือง Tromso นั้นตั้งอยู่ในจุดกึ่งกลางของเส้นวงแหวนแสงเหนือ และด้วยปัจจัยอีกหลายๆอย่างเช่น

- มีสนามบินที่ห่างจากตัวเมืองไปเพียง 10-15 นาทีโดยรถยนต์ (เส้นทางที่นิยมกันก็คือ Oslo-Tromso เพราะมีหลายไฟล์ทต่อวัน)

- เมืองที่มีชีวิตชีวาเมื่อเปรียบเทียบกับสถานที่อื่นๆโดยเมืองจะมีจัตุรัสประจำเมืองเอาไว้จัดกิจกรรมประจำปีต่างๆเช่น Silent Film Days, Polar Night Half Marathon และ Northern Lights Concerts

- มีร้านอาหารพื้นเมืองและร้านขายของที่ระลึกมากมาย จึงทำให้เมือง Tromso ถูกเอาไปใส่อยู่ในลิสต์อันดับต้นๆของใครหลายคน

***จะสังเกตุได้จากภาพว่าสีของแสงเหนือจะไม่ค่อยเข้มเพราะว่ามีแสงไฟจากในเมืองไปรบกวนเยอะนั่นเอง

Lofoten, Norway 

Lofoten เป็นชื่อชื่อหมู่เกาะที่ตั้งอยู่เมือง Nordland มี 5 เกาะหลักๆคือ Austvagoya, Gimsoya, Vestvagoya, Flakstadoya และMoskenesoya โดยแต่ละเกาะก็จะมีสะพานทอดยาวหาถึงกันหมดซึ่งแต่ละสะพานยังเป็นแลนด์มาร์คสำคัญของแต่ละคนในการไปถ่ายรูปอีกด้วย

เนื่องจาก Lofoten เป็นเมืองแห่งการประมงซึ่งมีประวัติศาสตร์มายาวนานกว่า 250 ปี ทำให้สถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะมีเรื่องราวเกี่ยวกับการประมงอยู่ซะส่วนใหญ่เช่น Fishing Village ซึ่งเป็นหนึ่งในหมู่บ้านชาวประมงที่สวยที่สุดในเกาะ และหมู่บ้าน Hamnoy ก็เป็นอีกหนึ่งจุดถ่ายรูปยอดฮิตเลยก็ว่าได้

Kirkjufell, Iceland 

อีกหนึ่งแลนด์มาร์คยอดฮิตที่ไม่ว่าจะมีแสงเหนือหรือไม่ ก็ยังคงเป็นสถานที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวมากมาย

โดยจุดที่ทำให้ภูเขาลูกนี้มีความพิเศษไม่เหมือนที่อื่นก็คือเป็นภูเขาที่ตั้งอยู่เดี่ยวๆ ไม่ได้ติดกับภูเขาลูกไหนเลยและที่พิเศษไปกว่านั้นก็คือ ถ้าหากเลือกมุมถ่ายรูปดีๆแล้วล่ะก็ เราสามารถได้ทั้งภูเขาและน้ำตกมาไว้ในรูปเดียวกันได้เลย

เรียกได้ว่าถ้าไม่ได้ไป Kirkjufell ก็เหมือนไปไม่ถึง Iceland นะ

Fairbanks, USA 

เมืองที่ใหญ่ที่สุดอันดับ 2 ในรัฐ Alaska เป็นเมืองที่มาได้ตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะมาพักร้อนล่องเรือ Riverboat Discovery ในช่วงซัมเมอร์หรือจะมาล่าแสงเหนือในช่วงหน้าหนาว

โดยนอกจากการไปชมแสงเหนือกันแล้ว เป็นที่รู้ๆกันว่า Fairbanks นั้นโด่งดังในเรื่องของ Ice Museum ที่ซึ่งรวมสถาปัตยกรรมน้ำแข็งไว้ด้านในมากมาย และเมืองนี้ยังเป็นสถานที่จัดการแข่งขันแกะสลักน้ำแข็ง World Ice Art Championship ในทุกๆปีอีกด้วย

ใครที่กำลังมองหาสถานที่เงียบสงบ ผู้คนไม่พลุกพล่าน Fairbanks ก็เป็นตัวเลือกที่ดีเลย

Alberta, Canada 

เป็นสถานที่ๆเราสามารถดูแสงเหนือได้จากเกือบทุกที่และยังเป็นที่ตั้งของ 2 อุทธยานแห่งชาติที่ใหญ่ที่สุดในแคนาดาคือ Wood Buffalo และ Jasper National Park เขตซึ่งมีการควบคุมการใช้แสงไฟ ทำให้บรรยากาศบริเวณรอบๆนั้นมืดสนิทซึ่งเพิ่มโอกาสในการเห็นแสงเหนือนั่นเอง

 

 

12 พฤศจิกายน 2562

ผู้ชม 270 ครั้ง